Adictosalalcohol.com

ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน

TISA คืออะไร และจะเปลี่ยนพฤติกรรมการออม–การลงทุนของคนไทยอย่างไร

ช่วงปลายปีทีไร หลายคนคงวุ่นวายกับการหาตัวช่วยลดหย่อนภาษีใช่ไหมคะ พอย้อนกลับไปดูตัวเลือกที่มีอยู่อย่าง SSF หรือ Super Savings Fund หลายคนถึงกับถอนหายใจ เพราะเงื่อนไขที่ต้องถือครองยาวนานถึง 10 ปีเต็ม มันดูนานเกินไปสำหรับโลกการเงินที่หมุนเร็วขนาดนี้ เงินจมอยู่นานขนาดนั้น บางทีเราอาจจะจำเป็นต้องใช้เงินก่อนครบกำหนดก็ได้

แต่ตอนนี้มีข่าวดีแว่วมาว่ากำลังจะมีฮีโร่ตัวใหม่ชื่อว่า TISA เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม วันนี้เราจะมาคุยกันแบบสบาย ๆ ค่ะว่า TISA คืออะไร แล้วมันจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการเก็บเงินของคนไทยให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

TISA คืออะไร ทำไมใคร ๆ ก็รอคอย

TISA ย่อมาจาก Thai Individual Savings Account ถ้าแปลเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือบัญชีออมหุ้นเพื่อรายย่อย เป็นแนวคิดใหม่ที่กระทรวงการคลังและสภาธุรกิจตลาดทุนไทยกำลังผลักดันเพื่อมาแทนที่หรือเสริมทัพกองทุน SSF เดิมที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่

คอนเซปต์หลักของ TISA จริง ๆ แล้วได้แรงบันดาลใจมาจากโมเดลของต่างประเทศอย่างอังกฤษที่มีบัญชี ISA หรือญี่ปุ่นที่มี NISA ซึ่งประสบความสำเร็จมากในการจูงใจให้ประชาชนเอาเงินออกมาลงทุนแทนที่จะฝากแช่ไว้ในธนาคารเฉย ๆ

แก้จุดอ่อนเรื่องเวลาที่ยาวนานเกินไป

ปัญหาใหญ่สุดของ SSF คือระยะเวลา 10 ปีที่ทำให้หลายคนไม่กล้าซื้อ แต่ TISA ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ตรงนี้ค่ะ โดยมีแนวโน้มว่าจะลดระยะเวลาถือครองลง เหลือประมาณ 7 ปี หรืออาจจะมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่านั้น ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กำลังพอดี ไม่นานจนลืม และไม่สั้นจนไม่ได้ฝึกวินัยการออม

เปลี่ยนคนกลัวหุ้นให้กล้าลงทุนมากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ TISA ไม่ได้แค่มาช่วยเรื่องภาษี แต่มันกำลังจะเปลี่ยนพฤติกรรมพื้นฐานของคนไทยเลยค่ะ

ปกติแล้วคนไทยส่วนใหญ่ยังติดนิสัย ฝากเงินกินดอกเบี้ย เพราะรู้สึกปลอดภัยที่สุด แต่ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากน้อยนิดจนแพ้เงินเฟ้อ การฝากเงินเฉย ๆ แทบจะไม่ทำให้เงินงอกเงยเลย

TISA จะเข้ามาเป็น สะพาน เชื่อมให้คนทั่วไปกล้าข้ามจากฝั่งเงินฝาก มาสู่ฝั่งการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมมากขึ้น ด้วยแรงจูงใจทางภาษีที่จับต้องได้ง่ายขึ้น ทำให้คนรู้สึกว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำถ้าไม่อยากเสียสิทธิ์ประโยชน์

สร้างวินัยการออมระยะยาวแบบไม่รู้ตัว

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่จะเปลี่ยนไปคือมุมมองต่อการวางแผนเกษียณค่ะ เมื่อก่อนเราอาจจะรอให้อายุเยอะ ๆ ค่อยคิดเรื่องเกษียณ แต่ TISA จะดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ First Jobber ให้เข้ามาในตลาดเร็วขึ้น ด้วยเงื่อนไขที่ไม่ได้ผูกมัดนานเกินไป ทำให้เด็กจบใหม่กล้าที่จะแบ่งเงินเดือนมาลงทุน

พอเริ่มลงทุนเร็ว พลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) ก็จะทำงานได้เต็มที่ เงินก้อนเล็ก ๆ ที่หยอดกระปุก TISA วันนี้ อาจกลายเป็นเงินก้อนโตที่ช่วยให้เราเกษียณได้อย่างสบายใจในอนาคต

ข้อดีที่มากกว่าแค่ลดหย่อนภาษี

ถ้ามองให้ลึกกว่าเรื่องภาษี TISA คือเครื่องมือกระจายความเสี่ยงชั้นดีค่ะ กองทุนรูปแบบนี้มักจะมีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หรือตราสารหนี้ การที่เราซื้อ TISA เท่ากับเราได้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาช่วยดูแลพอร์ตให้ โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งเฝ้าหน้าจอเทรดหุ้นเอง เหมาะมากสำหรับคนทำงานประจำที่ไม่มีเวลา

สิ่งที่ต้องระวังก่อนกระโดดเข้าใส่

ถึงแม้ TISA จะฟังดูหอมหวาน แต่การลงทุนก็คือการลงทุนค่ะ มีความเสี่ยงเสมอ

อย่าลงทุนเกินตัวเพราะเห็นแก่ภาษี

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือ หลายคนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเยอะเกินจนกระทบสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน อย่าลืมนะคะว่าเงินที่ใส่ลงไปใน TISA จะถูกล็อกไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าเราหมุนเงินไม่ทันแล้วต้องขายคืนก่อนกำหนด นอกจากจะขาดทุนแล้ว ยังอาจโดนเรียกคืนภาษีย้อนหลังพร้อมค่าปรับด้วย

ศึกษานโยบายกองทุนให้ดี

กองทุน TISA แต่ละกองจะมีนโยบายการลงทุนไม่เหมือนกัน บางกองเน้นหุ้นเทคโนโลยีเสี่ยงสูง บางกองเน้นหุ้นปันผลปลอดภัย ก่อนจะกดซื้อ ต้องเข้าไปดูไส้ในก่อนว่าเขาเอาเงินเราไปทำอะไร อย่าซื้อแค่เพราะชื่อกองทุนดูน่าสนใจเด็ดขาด

การมาของ TISA ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับวงการการเงินไทยค่ะ มันคือเครื่องมือที่ออกแบบมาให้เข้ากับพฤติกรรมคนยุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น แต่ยังอยากได้ความมั่นคงในอนาคต

ถ้าคุณเป็นคนที่เคยเมิน SSF เพราะรู้สึกว่ามันนานเกินรอ ลองเปิดใจรอดูรายละเอียดของ TISA อย่างเป็นทางการดูนะคะ นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พอร์ตการลงทุนของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดด และเปลี่ยนสถานะจากผู้ออมเงิน เป็นนักลงทุนเต็มตัวก็ได้ค่ะ